หลักการเลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil )

หลักการเลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil )

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

หลักการเลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil )



น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ถือเป็นหนึ่งใน น้ำมันทางเลือก สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งน้ำมันมะพร้าว ที่มีวางขายในท้องตลาดมีหลายรูปแบบ ที่ผู้บริโภคควรรู้ หลักการเลือกซื้อ ด้วย

 

ในปัจจุบัน น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) จัดว่าเป็น น้ำมันทางเลือก เพื่อสุขภาพอย่างหนึ่ง สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มี ความใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ซึ่งรูปแบบของ น้ำมันมะพร้าว ที่มีการวางขายอยู่ใน ท้องตลาดทั่วไป สามารถแบ่งรูปแบบได้ 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

 

1. Pure Coconut Oil

 

เป็นน้ำมันมะพร้าว ที่ยังไม่ผ่าน ขั้นตอน การปรับแต่งใด ทั้งความร้อน และ กระบวนการทางเคมี มีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน จึงเป็นน้ำมันมะพร้าว ที่มาจากธรรมชาติ 100% น้ำมันมะพร้าวรูปแบบนี้ ที่มีการวางขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป จะถูกเรียกว่า “ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น “  ( Coconut Oil Extra Virgin )

 

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่ง หรือผ่านกระบวนการทางเคมีใดเลย น้ำมันมะพร้าว รูปแบบนี้ จึงมีกรดไขมัน และสารอาหารอยู่มาก การนำมาใช้ประโยชน์ จึงได้สรรพคุณมากกว่า น้ำมันมะพร้าว ที่ผ่านการปรุงแต่ง นั่นเอง น้ำมันมะพร้าวรูปแบบนี้ จึงเหมาะสำหรับ การนำมารับประทาน แบบเพียว ๆ เพื่อให้ได้ คุณค่าทางอาหารแบบเต็ม ๆ รวมไปถึง การใช้ทาภายนอก เช่น ทาผิว บำรุงผิวพรรณ หมักผม เป็นต้น ได้อีกด้วย

 

2. Refined Coconut Oil

 

เป็นน้ำมันมะพร้าว แบบที่ผ่านการปรับแต่ง โดยเริ่มจากการกลั่น มีการเติมสารเคมี ฟอกสี และการแต่งกลิ่น  เป็นน้ำมันมะพร้าว ที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ขึ้น เพื่อให้มีจุดเดือด ที่สูงขึ้น จึงเหมาะ สำหรับการใช้ใน การประกอบ อาหาร เช่น ผัด หรือ ทอด ซึ่งตามท้องตลาด น้ำมันมะพร้าวรูปแบบนี้ จะมีการระบุว่า เป็นน้ำมันมะพร้าว ที่ใช้สำหรับปรุงอาหาร หรือประกอบอาหาร คนละแบบกับ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

 

น้ำมันมะพร้าวรูปแบบนี้ จะผ่านกระบวนการปรับแต่ง น้ำมันมะพร้าว ให้เหมาะสำหรับ การปรุงอาหาร โดยเฉพาะ เช่น สามารถให้ความร้อนสูง อาหารสุกกรอบง่าย ไม่มีกลิ่นหืน สามารถเก็บไว้ได้นาน และช่วยทำให้อาหาร มีกินหอมขึ้นได้ ทั้งนี้ น้ำมันมะพร้าว สำหรับปรุงอาหาร เนื่องจาก ถูกนำมาผ่านกระบวนการปรับแต่ง คุณค่าทางอาหาร จะน้อยกว่า น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันมะพร้าวรูปแบบนี้ จึงมีราคาที่ ถูกกว่า ด้วย

 

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น นำมาปรุงอาหารได้หรือไม่?

 

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สามารถนำมาประกอบอาหาร ที่ไม่ผ่านความร้อนได้ เช่น น้ำสลัด แต่หากนำมาใช้ในปรุงอาหาร ให้ผ่านความร้อน เช่น การผัด หรือทอด จะไม่เหมาะสม เนื่องจาก น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น มีจุดเดือดที่ต่ำ ทำให้ขึ้นควันได้ง่าย และไม่ทนความร้อน จึงควรเลือกใช้ น้ำมันมะพร้าว สำหรับปรุงอาหาร โดยเฉพาะ

 

เลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว คุณภาพดี

 

การเลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ที่มีคุณภาพดี ผู้บริโภค สามารถ สังเกตได้จากความใส ไม่มีสี มีลักษณะ โปร่งแสง ไม่มีการตกตะกอน มีกลิ่นหอม ของมะพร้าว ไม่มีกลิ่นหืน หรือเปรี้ยว แม้ว่า จะมีการเปิดใช้ หลายครั้งแล้ว น้ำมันมะพร้าว มีความเบา มีความหนืดน้อยมาก หากมีคุณสมบัติดังกล่าว น้ำมันมะพร้าว ถือว่า มีคุณภาพดี

 

ที่สำคัญที่สุด น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ที่ดี มีคุณภาพ จะต้องมี การรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์จาก GMP ที่จะยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ และสรรพคุณ ตรงตามที่ระบุไว้ในฉลาก และ HACCP มาตราฐานการผลิต ที่มีมาตรการป้องกันอันตราย ที่อาจได้รับจากการบริโภค อาหารต่อผู้บริโภค หากมีสองมาตรฐานนี้ยืนยัน รับรองได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณภาพ ปลอดภัย น่าเชื่อถือได้แน่นอน

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มารู้จัก ข้อดี ของ เวย์โปรตีน กันดีกว่า

งาขี้ม่อน ของดีที่ไม่ควรมองข้าม


บทความที่น่าสนใจ

อาหาร 5 หมู่ สำหรับ ผู้สูงวัย

กีฬาเล่นได้ทุกวันแม้หน้าฝน