ลดน้ำหนัก ด้วยการ อดอาหาร อันตรายกว่าที่คิด

ลดน้ำหนัก ด้วยการ อดอาหาร อันตรายกว่าที่คิด

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

ลดน้ำหนัก ด้วยการ อดอาหาร อันตรายกว่าที่คิด



หลายคนที่อยากมีหุ่นสวย รูปร่างดี มักมีความเชื่อว่าการ อดอาหาร จะสามารถทำให้ ลดน้ำหนักได้ ซึ่งสามารถ ลดน้ำหนักจริง แต่เป็นไปอย่างไม่มีคุณภาพ แถมยังส่งผลเสียต่อร่างกายโดยรวมของผู้อดอาหารได้ ในระยะยาว

 

ผู้ต้องการลดน้ำหนัก มักต้อง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในการรับประทานของตนในแต่ละวัน เพื่อให้ได้รับปริมาณอาหารน้อยที่สุด และทำให้น้ำหนักลดตามมาได้ หลายคนเลือกที่จะทานอาหารให้น้อยลง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง หรือบางคนใช้วิธีการ อดอาหาร งดมื้อเย็นไปเลย ซึ่งวิธีนี้ สามารถทำให้น้ำหนักลดได้ก็จริง แต่เป็นเพียงในระยะสั้นเท่านั้น และอาจส่งผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้ ดังต่อไปนี้

 

เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะ

 

ร่างกายของเรามีการทำงานแบบเดิมทุกวัน และเป็นเวลาดั่ง “นาฬิกาชีวิต” เมื่อถึงเวลาในการรับประทานอาหาร น้ำย่อยจากตับอ่อน ที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันได้ จะถูกส่งมายังกระเพาะอาหาร เป็นเวลา ซึ่งน้ำย่อยมีฤทธิ์เป็นกรด หากเราอดอาหารไปมื้อใดมื้อหนึ่ง จะทำให้กระเพาะอาหารของเราว่าง น้ำย่อยที่ถูกส่งมาจะกัดกร่อนกระเพาะอาหารของเราแทน ทำให้เป็นแผลในกระเพราะอาหาร หรือโรคกระเพาะได้

 

ระบบเผาผลาญเสื่อมลง

 

อย่างที่กล่าวไป ร่างกายของเราจะมีเวลาในการปล่อยน้ำย่อยเป็นเวลา หากเราอดอาหารบ่อยขึ้น ร่างกายของเรา จะทำการปรับตัว โดยใช้พลังงานลดลง ทำให้การเผาผลาญน้อยตามไปด้วย เมื่อคุณกลับมาทานอาหารตามปกติ ระบบเผาผลาญอาหาร จะยังทำงานน้อยเหมือนเดิม ทำให้ เผาผลาญอาหารได้ในปริมาณที่น้อยลง ทำให้มีอาหารยังไม่ได้รับการเผาผลาญตกค้างบางส่วนได้ จึงทำให้ น้ำหนักเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วได้ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีว่าว่า โยโย่ เอฟเฟค

 

รู้สึกหิวมากขึ้นกว่าเดิม

 

เมื่อเราอดอาหาร มื้อใดมื้อหนึ่งไปแล้ว ในมื้อถัดไป เราจะมีความต้องการทานอาหารเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อเป็นการทดแทนปริมาณอาหารที่ขาดไปในมื้อก่อน ทำให้มื้ออาหารที่คุณกลับมากินปกติ กินได้มากกว่าเดิม รู้สึกว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ทำให้น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นได้

 

 

ไม่มีแรง อ่อนเพลีย

 

การอดอาหาร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ให้พลังงาน ในอาหารจำพวกที่มี คาร์โบไฮเดรต , โปรตีน และไขมัน เมื่อไม่ได้รับสารอาหารเหล่านี้ ร่างกายก็จะดึงเอาสารอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในกล้ามเนื้อออกมาใช้เป็นพลังงานทดแทนหล่อเลี้ยงร่างกาย ทำให้ความแข็งแรงของร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันน้อยลงได้ ส่งผลให้ไม่มีแรงทำงาน รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงนอน และหนักสุดอาจทำให้คุณเป็นลม หน้ามือ โดยฉับพลันจากการทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานได้

 

อารมณ์แปรปรวน

 

เมื่อร่างกายไม่ได้รับอาหาร ทำให้ร่างกายไม่ได้รับแป้งและน้ำตาลที่เพียงพอ รวมไปถึง มีสารอาหารไปหล่อเลี้ยงสมองได้น้อยลง จึงส่งผลให้ อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสีย และเครียด

 

การอดอาหาร ไม่ใช่วิธีการลดน้ำหนักที่ถูกหลัก เพราะจะส่งผลกระทบโดยรวมต่อร่างกายดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ซึ่งหลักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานที่ถูกต้อง มีดังนี้

 

  • ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ : การรับประทานอาหารลดลง จะช่วยลดปริมาณแคลลอรี่ที่เข้าสู่ร่างกายได้ การลดปริมาณอาหาร ในแต่ละมื้อ จะยังคงทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานตามปกติได้ จึงมีผลที่แตกต่างจากการอดอาหารชัดเจน แต่ทั้งนี้ก็ต้องทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม

 

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง : โดยเฉพาะอาหารประเภทผัด ทอด ที่ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่าย

 

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูง : เช่น ขนมหวาน เบเกอรี่ ที่มีแคลอรี่สูง ทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่าย

 

  • ลดการกินอาหารจุกจิก : หลายคนที่น้ำหนักขึ้นง่าย เพราะมักทานอาหารจุกจิกยามว่าง ทำให้เป็นกินเพิ่มปริมาณอาหารเข้าสู่ร่างกาย นอกเหนือจากมื้ออาหารหลัก

 

การปรับพฤติกรรมในการรับประทานเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายเหมือนกับการอดอาหาร ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก จึงควรทำให้ติดเป็นนิสัย เพื่อทำให้เห็นผลในการลดน้ำหนักได้ ทั้งนี้ ควรออกกำลังกาย เพื่อเป็นการช่วยเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายร่วมด้วย จึงจะเป็นผลดี

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กินอาหารมื้อดึก ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไร

ผัก ผลไม้ หลากสีมีประโยชน์กว่าที่คุณคิด


บทความที่น่าสนใจ

PM2.5กลับมาอีกครั้ง

สวย ได้ด้วย น้ำมันมะพร้าว ตั้งแต่หัวจรดเท้า