โทษของการกิน อาหารที่มีรสจัด

โทษของการกิน อาหารที่มีรสจัด

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

โทษของการกิน อาหารที่มีรสจัด



การปรุงอาหารให้มีรสชาติ ช่วยให้เราทานอาหารได้ง่ายและมีรสชาติอาหารถูกปากเรา แต่การกิน อาหารที่มีรสจัด เกินไป ไม่ว่าจะเป็น หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด หรือเผ็ดจัด ล้วนมีโทษต่อร่างกายแตกต่างกันไป

 

รสชาติของอาหารไม่ว่าจะเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม หรือเผ็ด ล้วนส่งผลต่อความอยากในการรับประทานอาหาร รสชาติช่วยให้ทานอาหารได้อร่อย ถูกใจกับผู้ทานมากขึ้น ซึ่งในแต่ละคนก็จะมีความชื่นชอบรสชาติอาหารที่แตกต่างกันไป เมื่อคนเราไปกินอาหารที่มีรสชาติไม่ถูกปาก หรือมีรสจืดเกินไป ผู้ทานก็จะใส่เครื่องปรุงต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงรสชาติของอาหารให้เข้ากับความต้องการของตนเอง

 

อาหารที่สามารถเห็นได้ชัดเลย ก็คือ ก๋วยเตี๋ยว ที่แต่ละโต๊ะก็จะมีเครื่องปรุงชนิดต่าง ๆ ทั้ง น้ำตาลทราย พริกป่น น้ำปลา น้ำส้มสายชู เป็นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ทานสามารถปรุงรสเพิ่มเติมได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ที่เราจะปรุงอาหารให้ตรงกับความต้องการของตนเอง เพื่อให้ทานอาหารให้อร่อยขึ้น แต่หากมีการปรุงจนมากเกินไป ทำให้อาหารมีรสจัดมากเกิน ก็จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ ตามรสชาติของอาหาร ดังต่อไปนี้

 

รสหวาน

อาหารที่มีรสหวาน ล้วนได้ความหวานมาจากน้ำตาล ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานแก่ร่างกาย ทำให้ผู้รับประทานน้ำตาล หรืออาหารที่มีรสหวาน รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้ แต่หากร่างกายได้รับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป คือ เกินปริมาณ 24 กรัมต่อวัน จะร่างกายมีน้ำตาลสะสมมากเกินไป และแปรเปลี่ยนเป็นไขมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดได้

 

รสเค็ม

อาหารที่มีรสชาติเค็ม ได้มาจากการปรุงเกลือ หรือน้ำปลา (มีเกลือเป็นองค์ประกอบ) และภายในเกลือ มีโซเดียม เป็นส่วนประกอบสำคัญ โซเดียม เป็นสารอาหารที่ ทำหน้าที่ในการควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รวมถึง ความดันโลหิต โดยทั่วไปร่างกายต้องการปริมาณโซเดียมต่อวัน ประมาณ 1,500 มิลลิกรัม และปริมาณโซเดียมสูงสุดที่บริโภคแล้วไม่เป็นอันตรา คือ ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

 

หากได้รับปริมาณโซเดียมเกินความจำเป็นของร่างกายเป็นระยะเวลานาน จะก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้น จึงควรเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด หรือมีโซเดียมสูง เช่น ซอสปรุงรส อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น โดยปริมาณโซเดียมของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถเช็คได้ง่ายจากข้อมูลโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ นั่นเอง

 

รสเปรี้ยว

อาหารที่มีรสเปรี้ยวจะช่วยการทำงานของตับและถุงน้ำดีในเรื่องการปล่อยน้ำย่อย และช่วยในการดูดซึมอาหารอีกด้วย รวมทั้งยังเป็นยาระบายอ่อน ๆ ได้ดี ช่วยขับเสมหะ และแก้เลือดออกตามไรฟัน แต่หากทานมากเกินไป จะยิ่งเป็นการเพิ่มกรดในกระเพาะอาหารได้ ทำให้กระเพาะอาหารถูกกัดกร่อน เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้แปรปรวน และเกิดภาวะกรดไหลย้อนได้

 

รสเผ็ด

อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน ช่วยกระตุ้นการอยากอาหารได้ดี รวมถึงกระตุ้นความอยากน้ำ อาหารรสเผ็ด จะช่วยปลุกความสดชื่นได้ดี ช่วยขับเหงื่อ ขับลมในกระเพาะได้ แต่หากรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัดเกินไป จะทำให้รู้สึกถึงความแสบร้อน ตั้งแต่ภายในปาก รู้สึกร้อนทรวงอก ไปยังกระเพาะอาหาร จะทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้เช่นกัน แม้กระทั่งตอนถ่ายอุจจาระ ก็รู้สึกแสบร้อนได้  

 

รู้โทษของการทานอาหารรสจัดแบบนี้แล้ว ใครที่ทานอาหารรสจัด ควรมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการกินโดยด่วน เพราะ การรับประทานอาหารตามใจปากมากเกินไป ก็จะส่งผลเสี่ยงต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้น จึงควรลดการปรุงอาหารจากเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ให้น้อยที่สุด จะเป็นผลดีต่อสุขภาพของคุณเอง

 

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อาหารคลีน มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย มากขนาดไหนกันนะ

8 อาหารบำรุงสายตา


บทความที่น่าสนใจ

หน้ากากN95กับ หน้ากากธรรมดา

พร้อมรับมือกับโรคที่มาพร้อมกับอากาศหนาว