1read สีปัสสาวะบอกโรค เรื่องง่าย ๆ เช็คได้ทุกวัน

สีปัสสาวะบอกโรค เรื่องง่าย ๆ เช็คได้ทุกวัน

สีปัสสาวะบอกโรค เรื่องง่าย ๆ เช็คได้ทุกวัน

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

สีปัสสาวะบอกโรค เรื่องง่าย ๆ เช็คได้ทุกวัน



สีปัสสาวะบอกโรค เรื่องง่าย ๆ เช็คได้ทุกวัน

การตรวจดูสีของปัสสาวะ เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย ๆ และ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถบอกเกี่ยวกับสุขภาพของคุณได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น ทานยา ผลไม้ หรือแม้แต่การบอกโรคที่คุณเป็นอยู่

 

ปัสสาวะ ( ภาษาปากว่า ฉี่ หรือ เยี่ยว )  คือ ของเสียที่ไตกรองออกมาในรูปของ ของเหลวที่ร่างกายขับถ่ายจากเลือด สามารถช่วยบอกโรคได้หลายชนิด เช่น โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีการ สังเกตโรคเบื้องต้นที่ง่ายมาก ทำได้ทุกคน ทั้ง ชาย - หญิง และทำให้สามารถเตรียมรับมือ หรือ แก้ไขปัญหาสุขภาพได้ทันท่วงที

 

สีปัสสาวะที่ปกติ คือ

โดยปกติแล้ว สีปัสสาวะ จะมีสีเหลืองอ่อน หรือ เหลืองใส ไม่เข้ม ไม่ขุ่น สำหรับใครที่ดื่มน้ำมาก สีปัสสาวะก็จะใสมากขึ้น แต่ถ้าดื่มน้ำมาก แต่ปัสสาวะยังเป็นสีเหลืองขุ่น หรือ ดื่มน้ำน้อยแล้ว ปัสสาวะเป็นสีขาวใส อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณกำลังมีปัญหาสุขภาพได้

 

สีปัสสาวะต่าง ๆ บอกอะไรคุณได้บ้าง

 

ใส ไม่มีสี

นั้นหมายความว่า คุณดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่า ปริมาณที่แนะนำในแต่ละวัน ทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายต่ำเกินไป ในบางกรณีระดับเกลือแร่ที่ต่ำมาก อาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่สำหรับใครที่มีปัสสาวะสีใสเป็นแค่ครั้งบางคราวเท่านั้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าหากสีปัสสาวะใสอยู่ตลอดเวลา ลองลดปริมาณน้ำสำหรับดื่ม ซึ่งการมีสีปัสสาวะใสตลอดไม่ได้บ่งบอกถึงการมีสุขภาพแข็งแรง แต่คุณอาจจะเป็นโรคบางอย่างได้ เช่น โรคเบาหวาน การกินยาขับปัสสาวะ โรคไต เป็นต้น

 

สีขาวขุ่น

ปัสสาวะมีสีขาวขุ่น ส่วนมากจะพบในคนที่ดื่มนม ในปริมาณที่มาก จนทำให้เกิดผลึกของฟอสเฟตในร่างกาย หรือ การที่คุณได้รับโปรตีนมากเกินไป หรืออาจมาจากการที่ร่างกายเป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกรวยอักเสบ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงอาจเกิดจากการมีน้ำเหลืองปนอยู่ในปัสสาวะ

 

สีเหลืองอ่อน ไปจนถึงสีเหลืองทอง

ปัสสาวะสีนี้ มักหมายถึง การมีระดับน้ำในร่างกายของคุณอยู่ในระดับปกติ แต่ก็ควรสังเกตว่าปัสสาวะสีที่ปกติเป็นประจำ เพื่อให้คุณบอกได้ว่าเมื่อใดที่สีปัสสาวะของคุณผิดปกติไป

 

สีเหลืองเข้ม

ปัสสาวะสีนี้เป็นสีปัสสาวะที่ปกติ แต่แนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดเพิ่มมากขึ้น

 

สีเหลืองสด

ปัสสาวะเป็นสีเหลืองสด หรือสีนีออน เกิดจากการกินวิตามิน และอาหารเสริมต่าง ๆ ซึ่งไม่เป็นอันตรายใด ๆ แค่เป็นอาการที่บอกว่าคุณกินวิตามินมากเกินไป ที่ร่างกายต้องการทั้น ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ก่อน การกินวิตามิน หรือ อาหารเสริมต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีกว่า เพื่อให้รู้ว่าคุณสามารถกินในปริมาณแค่ไหน

 

สีส้ม

ปัสสาวะสีส้ม อาจเกิดการที่ร่างกายขาดน้ำ หรืออาจเป็นโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี หรือตับได้ แต่สำหรับใครที่กินแครอท การกินวิตามินบี 2 มากเกินไปก็ทำให้เป็นสีส้มได้ หรือยาบางชนิดที่ทำให้ปัสสาวะเป็นสีส้ม เช่น ยาซัลฟาซาลาซีน ยาฟีนาโซไพริดีน ยาไอโซไนอาซิด ยาระบายบางชนิด เป็นต้น

 

สีส้มเข้ม หรือสีน้ำตาล

ปัสสาวะมีสีส้มเข้ม หรือสีน้ำตาล เป็นสาเหตุที่สำคัญมาจากการขาดน้ำขั้นรุนแรง หรือ เป็น ดีซ่าน ( Jaundice ) มีภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ( rhabdomyolysis ) นอกจากนี้ก็อาจเกิดจากยาบางชนิด ก็สามารถทำให้ปัสสาวะมีสีน้ำตาลได้ เช่น ยาเมโทรนิดาโซลที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ ยาควีนิน ซึ่งใช้ป้องกันโรคมาลาเรีย

 

สีน้ำตาลเข้ม หรือดำ

ปัสสาวะสีนี้ อาจเกิดมาจากการกินถั่วบางชนิดในปริมาณมาก ผักรูบาร์บ ว่านหางจระเข้ หรือแสดงถึงโรคบางชนิด เช่น โรคตับ โรคมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยาควีนินซึ่งใช้ป้องกันโรคมาลาเรีย ยาปฏิชีวนะเมโทรนิดาโซล

 

สีชมพู และสีแดง

ปัสสาวะสีชมพู ไปจนถึงสีแดง อาจเป็นสัญญาณของโรคไต โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคนิ่วในไต เนื้องอกหรือมะเร็งที่ไต กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก เนื่องด้วยการมีเลือดเจือปนอยู่ในปัสสาวะในปริมาณมาก หรือ รวมถึงการกินอาหารบางชนิด เช่น บลูเบอร์รี่ รูบาร์บ บีทรูท หรือ หลังการออกกำลังกายอย่างหนัก ทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้าเกิดการออกกำลังกายอย่างหนัก ไม่เป็นอันตรายใด ๆ แต่ถ้าเป็นประจำ แนะนำให้ไปพบแพทย์

 

สีเขียว

ปัสสาวะสีเขียว อาจเกิดจากผักแอสพารากัส ที่เป็นส่วนหนึ่งทำให้ปัสสาวะมีสีเขียว และมีกลิ่นได้ ยาบางชนิด และสีผสมอาหารสีเขียว ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปัสสาวะเป็นสีเขียวได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะได้

 

สีฟ้า

ปัสสาวะสีฟ้า อาจมาจากยาหรือสีผสมอาหารสีน้ำเงิน เช่น ยาแก้ปวดอินโดเมทาซิน ยารักษาอาการซึมเศร้าอะมิทริปไทลีน และยายับยั้งการหลั่งกรดไซเมทิดีนและยาระงับความรู้สึกโปรโพฟอล เป็นต้น หรือ อาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรมเมตาบอลิกที่หายาก ซึ่งทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติ ( familial hypercalcemia หรือ blue diaper syndrome ) หรือ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

 

สีม่วง

ปัสสาวะสีม่วง เป็นสีที่ไม่ค่อยพบบ่อยนัก มีชื่อเรียกเฉพาะว่า อาการปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง ( purple urine bag syndrome ) ซึ่งจะพบในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ แต่ก็ไม่ได้พบบ่อยในทุกคนที่ทำ มีอาการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะทำให้ปัสสาวะเป็นสีม่วง

 

มีอาการเช่นไร ควรพบแพทย์

การที่ปัสสาวะมีสีเปลี่ยนไป อาจไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงต่อสุขภาพนัก แต่สำหรับใครที่รู้สึกวิตกกังวล ควรรีบไปพบแพทย์ และสำหรับใครที่พบว่าปัสสาวะมีสีที่มีความผิดปกติ ดังนี้

- หากปัสสาวะมีสีชมพู หรือสีแดง เพราะมีเลือดออกปนกับปัสสาวะ

- ปัสสาวะมีสีน้ำตาลเข้ม หรือสีส้ม และมีผิวหนัง ดวงตาเป็นสีเหลือง อุจจาระมีสีซีด อาจเกิดจากตับทำงานบกพร่อง

- ปัสสาวะมีสีที่แปลกไป อย่างไม่มีสาเหตุ ติดต่อกันนานหลายวัน

 

สุขภาพที่ดี เริ่มได้ที่ตัวคุณ ด้วยความปราถนาดีจาก แมนเนเจอร์ (ManNature )

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

โรคที่ต้องระวัง...เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

รู้จัก และรับมือกับ โรคโควิด 19 ( covid-19 )

 

 


บทความที่น่าสนใจ

อาหารคลีน มีประโยชน์ต่อ ร่างกาย มากขนาดไหนกันนะ

เพิ่มคอลลาเจนด้วย น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น