รู้จัก และรับมือกับ โรคโควิด 19 ( covid-19 )

รู้จัก และรับมือกับ โรคโควิด 19 ( covid-19 )

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

รู้จัก และรับมือกับ โรคโควิด 19 ( covid-19 )



รู้จัก และรับมือกับ โรคโควิด 19 ( covid-19 )

เชื้อโรคที่กำลังระบาดในปัจจุบันนี้ คงเป็นเชื้อโรคไหนไปไม่ได้ คือ โรคโควิด 19 ( covid-19 ) ที่กำลังระบาดไปทั่วโลก ประเทศไทยเราก็ยังระบาดอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เรามาทำความรู้จัก และการป้องกันจากมันดีกว่า ว่ามีอะไรบ้าง

 

โรคโควิด 19 คืออะไร

โรคโควิด 19 ( covid-19 ) คือ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ SARS-CoV-2 เริ่มระบาดครั้งแรกที่มณฑลหู่เป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน จนตอนนี้ระบาดไปทั่วโลก ขณะนี้โรคโควิด 19 มีการระบาดใหญ่ไปทั่วทั้งโลก ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนทั่วโลกมาก

 

อาการของโรคโควิด 19 คืออะไร

อาการที่พบมากที่สุดของ โรคโควิด 19 ( covid-19 ) คือ มี ไข้ ไอ ลิ้นไม่รับรส ไม่รับรู้กลิ่น และอ่อนเพลีย ซึ่งในบางคนอาจมีอาการ ปวดเมื่อย ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ท้องเสีย ตาแดง หรือมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง หรือสีผิวเปลี่ยนตามนิ้วมือ และ นิ้วเท้า ซึ่งอาการที่พบเหล่านี้ มักจะไม่รุนแรง และค่อย ๆ เริ่มมีอาการทีละน้อย บางรายติดเชื้อ แต่มีอาการไม่รุนแรงเกิดขึ้น

 

ผู้ป่วยส่วนมาก ( 80% ) สามารถหายป่วยได้ โดยไม่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อโควิด 19 ( covid-19 ) มีอาการหนัก และหายใจลำบาก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ซึ่งมีแนวโน้มป่วยรุนแรงกว่า ซึ่งทุกคนก็สามารถติด เชื้อโควิด 19 ได้เช่นกัน และอาจป่วยรุนแรง สำหรับใครที่มีอาการ ไม่ว่าจะเพศไหน หรืออายุเท่าไหร่ ถ้ามีอาการเช่น มีไข้ ไอร่วมกับอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก เสียงหาย หรือเคลื่อนไหวไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์ทันที หากเป็นไปได้ แนะนำให้โทรไปล่วงหน้า เพื่อสถานพยาบาลจะได้ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง

 

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า โรคโควิด 19 ( covid-19 ) มีอันตรายมาก ระบาดอย่างหนักทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่เราทุกคนสามารถช่วยกันป้องกันให้ห่างไกลจาก COVID-19 ได้ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

 

มาร่วมด้วยช่วยกันรับมือ

จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก ( WHO ) พบว่าเชื้อโควิด 19 สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ ถ้าหากสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย ตั้งแต่ ไอ จาม น้ำมูก หรือแม้แต่อุจจาระ ดังนั้น ทุกคนต้องดูแลตัวเอง และคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ดังนี้

 

สวมหน้ากากอนามัย

สวมหน้ากากอนามัย เป็นตัวเลือกที่ง่าย และสามารถทำได้ทุกคน เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ผ่านทางลมหายใจ และสำหรับผู้ที่ มีไข้หวัด ไอ และมีน้ำมูก

 

หากจาม หรือไอ ใช้กระดาษทิชชู่ปิดปาก และจมูก

หากจาม หรือไอ ควรกระดาษทิชชู่ หรือผ้าเช็ดหน้าปิดปาก และจมูก แล้วก้มหน้าลงที่ข้อพับตรงข้อศอกด้านใน เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อแพร่กระจาย และห้ามใช้มือเปล่าปิดปากปิดจมูกเด็ดขาด ที่สำคัญไม่ควรนำมือมาสัมผัสกับใบหน้า และขยี้ตา

 

ล้างมือให้สะอาด ทุกครั้ง

การล้างมือ ก็เป็นการป้องกันที่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพื่อขจัดเหงื่อ ไขมันที่ออกมาตามธรรมชาติ และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ด้วยสบู่ก้อน หรือสบู่เหลว ฟอกมือ 15 -20 วินาทีโดยประมาณ หรือล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ 70% ไม่แนะนำเจลที่มีแอลกอฮอล์ 90 %

 

ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

หลีกเลี่ยงการใช้ข้าวของเครื่องใช้กับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตา หลอด แก้วน้ำ จาน ชาม ช้อนส้อม เป็นต้น เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เชื้อสามารถติดจากคนอื่นมาสู่เราได้ หรือแม้แต่จากเราสู่คนรอบข้างได้

 

ดูแล และควบคุมสุขอนามัยในบ้าน

ดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ให้ถูกสุขลักษณะ โดยการทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และจัดบ้านให้มีอากาศถ่ายเท จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสได้

 

สังเกตด้วยตัวเอง

ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หากมีไข้สูงกว่า 37.5 องศา และมีอาการ เช่น เจ็บคอ ไอแห้ง มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ควรไปพบแพทย์ หรือโทรปรึกษาโดยด่วน

 

อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ

หากไม่มีเหตุ ควรอยู่แต่ที่พักอาศัย เพื่อลดความเสี่ยง ทั้งการกระจายและการรับเชื้อมาโดยไม่รู้ตัว ยิ่งใครที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีโรคระบาด หรือพื้นที่เสี่ยง ควรกักตัเองเพื่อสังเกตอาการ 14 วัน

 

วิธีการป้องกัน

- ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน

- หลีกเลี่ยงการทานอาหารดิบ

- ล้างมือด้วยการฟอกสบู่ อย่างน้อย 20 วินาที

- ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยที่ไอ / จาม

- หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด

- ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก

- ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น

- สังเกตคนรอบตัว และระมัดระวังตัวเอง

- หากดังต่อไปนี้ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ และไข้สูง ให้รีบไปพบแพทย์ หรือโทรปรึกษาโดยด่วน

 

สุขภาพที่ดี เริ่มได้ที่ตัวคุณ ด้วยความปราถนาดีจาก แมนเนเจอร์ ( ManNature )

 

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

โรคที่ต้องระวัง...เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ทำควรรู้ การนวด ที่คนไทยนิยมกัน

 

 

 


บทความที่น่าสนใจ

เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ตัวช่วย ลดฝุ่น ภายในบ้าน

วิ่งแล้ว กินอะไรก็ได้หรอ ?