วิธีเลือก เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier)

วิธีเลือก เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier)

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

วิธีเลือก เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier)



วิธีเลือก เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier)

 

อากาศเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็ฝน เดี๋ยวก็หนาว ไหนจะฝุ่นละอองอีก รับมือยากจริง ๆ เลยใช่ไหมล่ะ ตอนนี้วิธีการเลือกเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากในยุคนี้ที่เต็มไปด้วยมลพิษ อากาศที่แปรปรวน pm2.5 ไวรัส และเชื้อโรคต่าง ๆ อีกมากมาย เราไม่สามารถคาดเดาสภาพอากาศหรือค่าของ pm2.5 ในแต่ละวันได้เลย เพราะฉะนั้นเราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการ เลือกเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) เลือกยังไงให้หมดปัญหากวนใจเรื่อง pm2.5 ไปเลย

 

การเลือกเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) จะต้องดูหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เราต้องทำการศึกษาขั้นพื้นฐานก่อน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงาน ระบบการทำงาน ไส้กรองฝุ่น แล้วก็คิดว่าเรามีพื้นที่ประมาณไหนงบประมาณเท่าไหร่ รวมถึงความคุ้มค่าในการซื้อเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) และการใช้งานอีกด้วย

 

ก่อนจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) เราต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง

  • ขนาดพื้นที่ อันดับแรกเราต้องคำนึงถึงพื้นที่ของเราก่อนเลย ว่าเราจะใช้เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ที่ไหนอย่างไร ถ้าเป็นฟื้นที่เล็ก ๆ ไม่ใหญ่มากอย่างเช่น ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องทำงาน หรือออฟฟิศเล็ก ๆ ก็สามารถใช้เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) แบบตั้งโต๊ะได้ แต่ถ้าเกิดว่าเป็นออฟฟิศที่มีขนาดใหญ่ หรือว่าห้องรับรองขนาดใหญ่ ก็ควรที่จะเป็นเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) แบบฝังบนผนัง เพื่อการฟแกอากาศที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง
  • งบประมาณ เราต้องคำนึงถึงงบประมาณในการซื้อ ความคุ้มค่าในการซื้อว่าเราซื้อมาแล้วจะใช้งานได้มากน้อยเท่าไหร่ ต้องใช้เงินกี่บาทต้องเก็บเงินเพิ่มไหม หรือว่าจะเอาเงินที่มีอยู่ไปซื้อเลย แต่อยากเตือนหลาย ๆคนว่า เราไม่ควรซื้อเครื่องฟอกอากาศที่มีราคาถูกจนเกินไป เพราะนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณต้องซ่อมบ่อย หรือคุณภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควรนั่นเอง

 

วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ต้องดูจากอะไร

  • ระบบการทำงาน เราต้องดที่ระบบการทำงานของเครื่องด้วยว่าเป็นยังไง ออปชั่นเสริมของตัวเครื่องมีอะไรมาให้บ้าง
  • ค่า CADR เป็นตัวที่จะบอกว่าในหนึ่งนาที สามารถฟอกอากาศบริสุทธิ์ได้มากน้อยแค่ไหน นั่นหมายความว่า ยิ่งตัวเลขมากยิ่งฟอกอากาศได้ดีมากขึ้นไปด้วย
  • ค่า Air Flow หรือ ค่า Air Volume ส่วนอันนี้เป็นตัวที่บอกความเร็วในการฟอกอากาศ ยิ่งมีตัวเลขที่สามารถฟอกได้มาก ก็ยิ่งเร็วมากในการฟอก ซึ่งหมายความว่าลดความเสี่ยงและยังฟอกอากาศได้ดีมากนั่นเอง
  • ระดับเสียง เสียงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับหลายคน เพราะเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ที่ดีควรที่จะไม่มีเสียง หรือมีเสียงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นก่อความรำคาญ ละรบกวนกิจวัตรประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการนอนหลับอีกด้วย

 

เอาล่ะ เราพอจะรู้กันแล้วว่าจะใช้วิธีไหนในการเลือก เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) เพราะในยุคสมัยนี้ การมีเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) ถือเป็นเรื่องสำคัญมากจริง ๆ ควรมีติดเอาไว้ที่บ้าน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เครื่องฟอกอากาศสำคัญมากนะ!

เลือกอากาศที่ดี ด้วยเครื่องฟอกอากาศ


บทความที่น่าสนใจ

น้ำมันมะพร้าวดีต่อสุขภาพอย่างไร

PM 2.5 เชียงใหมขึ้นสูงแตะอันดับหนึ่งของโลก