บทความ แมนเนเจอร์

How to ทำอย่างไรให้รอดจาก PM2.5

How to ทำอย่างไรให้รอดจาก PM2.5

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

How to ทำอย่างไรให้รอดจาก PM2.5



บอกได้เล่นว่า PM2.5 ตอนนี้หนักมากท้องฟ้าสภาพอากาศ กรมอุตุก็เอาไม่อยู่แล้วจ้าอย่างไรก็ตาม เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) วันนี้เรามีวิธีป้องกัน PM2.5 ในตอนนี้ไม่ทำไม่ได้แล้วยิ่งช่วงกลางวันยิ่งแล้วเลย

 

ในวันนี้คงบอกไม่ได้เลยว่า และก็คงต้องตอบได้เต็มปากว่า หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของเราไปแล้ว นอกจากป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากฝุ่นพิษ คุณรู้จักที่มาที่ไปของฝุ่นละออง PM 2.5 ดีพอแล้วหรือยัง และเจ้าฝุ่นละอองขนาดจิ๋วนี้อยู่กับเรามานานแค่ไหนแล้ว และสุดท้ายเราจะรับมือกับภัยครั้งนี้อย่างไร

ถ้าถามว่า ระยะ PM2.5 ครั้งนี้จะยาวไปถึงไหน เราก็คงต้องตอบได้ว่าวันที่ท้องฟ้านั้นใสและจ้า นั้นเอง

 

สถานการณ์ PM 2.5 และผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

ในช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑลโดยรวม อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะในช่วงเช้าอากาศลอยตัวได้ดี มีหมอก แต่ลมพัดอ่อน จึงส่งผลให้ฝุ่นละออง PM 2.5 หลายจุดมีปริมาณเพิ่มขึ้น และพบฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) 24 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยก็ประสบปัญหามลพิษทางอากาศ เนื่องจากการเผา เพื่อทำเกษตรกรรม

 

ปัจจัยเสียง ที่องค์กรให้ความสำคัญมาก

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้สำรวจพบว่า มีประชากรที่ต้อง “เสียชีวิตก่อนวัยอันควร” เนื่องจากมลพิษในอากาศทั่วโลกมากกว่า 6 ล้านคนในแต่ละปี และในจำนวนนี้ เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบถึงร้อยละ 10 หรือประมาณ 600,000 คน เมื่อคุณภาพอากาศเลวลง อัตราการไปห้องฉุกเฉินและการเข้าอยู่โรงพยาบาลจะสูงขึ้น เพราะมลพิษทำให้ปัญหาสุขภาพที่มีอยู่กำเริบขึ้น และเป็นเหตุให้หัวใจวาย หลอดเลือดในสมองตีบ หอบหืดกำเริบ  ( อันตรายมากจ้า )

วิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5

วิธีการลดปริมาณฝุ่นละอองที่ดีที่สุด คือ ประชาชนต้องมีจิตสำนึกร่วมกันเพื่อลดกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของฝุ่นละออง เช่น ลดการจุดธูป ลดการเผาขยะ ซึ่งจะเพิ่มปริมาณฝุ่นเป็นจำนวนมาก สำหรับการป้องกันตนเอง ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองที่เหมาะสม ไม่ใช่หน้ากากอนามัยทั่วไปที่ไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับ 2.5 ไมครอนได้ แต่ต้องใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 จะมีประสิทธิภาพมากกว่า  ย้ำเลยต้องใช้ N95 เท่านั้น

ติดเครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ก็ช่วยได้ ประโยชน์ ของ เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )  

จะไม่ปล่อยโอโซนที่เป็นสารพิษไปทำร้ายเนื้อเยื้อในร่างกายสามารถกำจัดเชื้อโรคทิ้งได้ถึง 99.9% สามารถกรองแก๊สพิษและโลหะหนักได้ เช่น ไอปรอท  ตะกั่วมีความละเอียดในการกรองได้โมเลกุลที่เล็กมากถึง 0.1-0.3 PMสามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 ได้ใช้ไฟเพียงแค่ 35 วัตต์ เทียบเท่ากับพัดลมแค่ 1 ตัวเท่านั้น

 

จากข้อความที่บอกว่าต้องใส่ หน้ากา N95 นั้นก็คือเรื่องที่ดี วันนี้เรามาบอกถึง การใส่ หน้ากากกัน

ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ สอดมือให้อยู่ในลักษณะดังรูป ดึงสายรัดศีรษะเส้นล่างไว้ใต้หู ดึงสายรัดศีรษะเส้นบนไว้เหนือหู กดโครงลวดให้แนบสันจมูก ทดสอบด้วยการดึงสายรัดให้ตึงไม่ให้มีลมรั่วออกทางด้านข้าง อ่านต่อได้ที่

 

หากเราเป็นคนที่ออกจากบ้านทำงานข้างนอกนั้น มันก็คือ สิ่งที่เราต้องเจอ หากเราไม่ปรับ ตัวหรือ ติดเครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier ) ภายในอาคารไม่ใช่ว่าจะไม่โดนนะครับโดนแน่นอนยิ่งเป็นที่ อับด้วยละก็จบเลย รู้อย่างนี้แล้วเราไม่ติด เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )   ไม่ได้แล้วนะ เพราะมันอันตรายจริงๆ สภาพอากาศทุกวันนี้ บอกได้คำเดียวว่า อันตรายจริงๆ ภายในอาคาร นั้นก็ไม่ได้ปลอดภัย หากตามสถานที่ใด ไม่ติด เครื่องฟอกอากาศ ( Air Purifier )  นั้นก็คือ ว่ามีพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะมี PM2.5 แล้วนะครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก เครื่องฟอกอากาศ ตราแมนเนเจอร์ (Air Purifier by ManNature)

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

กลับมาแล้วPM25ต้องติดเครื่องฟอกอากาศแล้ว

พิฆาตภัยเงียบมลพิษ PM2.5 ด้วยเครื่องฟอกอากาศ ManNature

รู้ก่อนซื้อ เลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะกับบ้านเรา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก cigna

Created : 15-01-2020


บทความที่น่าสนใจ

“เมลาโทนิน” ในอาหารเสริม
เพิ่มคอลลาเจนด้วย น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น