วิธีเลือก น้ำมันมะพร้าว ให้ตอบโจทย์

วิธีเลือก น้ำมันมะพร้าว ให้ตอบโจทย์

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ แมนเนเจอร์

วิธีเลือก น้ำมันมะพร้าว ให้ตอบโจทย์



น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่มีสรรพคุณมากมาย ในปัจจุบันถูกนำมาสกัดและแปรรูปออกมามากมายหลายรูปแบบ ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เราจึงนำวิธีการเลือก น้ำมันมะพร้าว มาฝากกัน

 

 

     น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) มีคุณค่าทั้งทางโภชนาและทางผิวพรรณ เนื่องจาก น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) มีกรดไขมันอิ่มตัวสายกลาง ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วสามารถดูดซึมผ่านลำไส้และนำไปใช้ที่ตับได้อย่างรวดเร็ว และถูกแปลงในตับเป็นกรดที่เรียกว่า คีโตน ทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสำหรับสมองและร่างกาย

 

 

     ไขมันจาก น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) มีการย่อยสลายเร็วกว่าไขมันจากน้ำมันชนิดอื่น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณทางด้านผิวพรรณ อุดมไปด้วยวิตามินอี มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยลดรอยแดง ลดริ้วรอย และทำให้รูขุมขนเล็กลง

 

 

     ประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตมะพร้าวชั้นดีในหลายจังหวัด และได้มีการแปรรูป น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ออกสู่ตลาดในราคาที่ไม่แพง ทำให้สามารถหาซื้อได้ง่าย หากจะเลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ผลิตภัณฑ์ควรได้การรับรองจากอย. เพื่อแสดงถึงความปลอดภัย

 

 

     แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจะมีตรารับรอง โดยเรียกว่า มกท. ซึ่งย่อมาจากมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ส่วนใครที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศให้สังเกตตรารับรองสินค้าออร์แกนิคของประเทศนั้นๆ เช่น “JAS” (ญี่ปุ่น), USDA Organic (สหรัฐอเมริกา) หรือ “Organic EU” (สหภาพยุโรป)

 

 

     น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เป็นน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวโดยไม่ผ่านความร้อนและกระบวนการทางเคมี จะมีลักษณะใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน และสามารถรับประทานได้ทันที และอีกหนึ่งประเภทคือ น้ำมันมะพร้าวสำหรับปรุงอาหาร เป็นการสกัดแบบใช้ความร้อนเข้ามาช่วย โดยผ่านการทำให้บริสุทธิ์ การฟอกสี และการกำจัดกลิ่น แต่อาจสูญเสียคุณค่าทางอาหารไป

 

 

     การเลือก น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ที่มีคุณภาพมาใช้ สามารถสังเกตได้จาก ความใส ไม่มีสี มีลักษณะโปร่งแสง ไม่มีการตกตะกอน มีกลิ่นหอมของมะพร้าว ไม่มีกลิ่นหืนหรือเปรี้ยว แม้ว่าจะมีการเปิดใช้หลายครั้งแล้ว น้ำมันมะพร้าวมีความเบา มีความหนืดน้อยมาก หากมีคุณสมบัติดังกล่าว น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ถือว่ามีคุณภาพดี

 

 

     การที่ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) คงไว้ด้วยกลิ่น สี รสของมะพร้าวตามธรรมชาติ ไม่มีการเติมสารเคมีนั้น จะทำให้มีกรดลอริคในปริมาณสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันสารตัวเดียวกับที่พบในน้ำนมมารดาที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีแร่ธาตุอาหารในปริมาณสูง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน มีวิตามินอี

 

 

     ต่อไปหากจะเลือกซื้อ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ที่วางขายอยู่ทั่วๆ ไป ในฐานะผู้บริโภคควรสังเกตคุณภาพของ น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil ) ให้ดีก่อนจะเลือกซื้อมาใช้ หากจะในการปรุงอาหารจะต้องคำนึงถึงความร้อนที่ใช้ประกอบอาหารเป็นหลัก และเลือกใช้ให้ถูกประเภท เพื่อประโยชน์และสุขภาพที่ดีของตัวคุณ

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก Mannature

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก my-best

อ่านบทความเพิ่มเติม

- SUPER FOODS เพื่อสุขภาพที่ดี ปี 2020

- คอเลสเตอรอลสูงจัดการได้ แค่เลือกไขมันดีที่มีใน น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น


บทความที่น่าสนใจ

วิธีแก้ง่วงแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งกาแฟสักแก้ว!

โรค "ปอดอักเสบ" ป้องกันด้วย เครื่องฟอกอากาศ