4061316

ดูสินค้าของคุณ
 
  “เอนไซม์บำบัด”

ประจำวันที่ : 10 ก.พ. 51


“เอนไซม์บำบัด” กุญแจแห่งชีวิต
ที่มา http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9510000018380




ว่ากันว่าหากค้นพบเหตุ ก็จะพบทางออกของปัญหาต่างๆ ได้ ปัญหาสุขภาพก็เช่นกัน แรกเริ่มเดิมทีตั้งแต่ลืมตาดูโลก พระเจ้าได้ให้ต้นทุนสุขภาพแก่มนุษย์เพื่อที่จะดำรงชีวิตในโลกมาสมบูรณ์อย่างเท่าเทียม นั่นคือ เอนไซม์ที่ช่วยในกระบวนการย่อยอาหาร และกำจัดของเสียในร่างกาย

เปรียบได้กับหากเปิดบัญชีที่มีวงเงินอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อถอนมาใช้เรื่อยๆ โดยไม่มีการฝากเพิ่มนั้น เงินนั่นก็เริ่มร่อยหรอลงไป เสมือนการใช้ร่างกายที่มีสุขภาพสมบูรณ์ไปทุกๆ วัน โดยมิได้มีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเลย ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี จะทำให้รู้ได้ว่า ร่างกายมีอะไรที่เพิ่มเติมมา หรือมีสิ่งใดที่ขาดควรเพิ่มเติมและบำรุงรักษาให้ถูกต้อง

จุลินทรีย์มีประโยชน์ สู่การบำบัดโรค

ดร.วิสุทธิ์ จันทวิชญสุทธิ์ ผู้ค้นพบจุลินทรีย์กลุ่มไบโอติก กล่าวว่า ได้ค้นพบจุลินทรีย์กลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า “ไบโอวิสท์” ซึ่งมีคุณสมบัติย่อยของเสียในธรรมชาติให้มีขนาดเล็กลง อีกทั้งยังช่วยกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และเชื้อโรคที่เป็นอันตรายไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการค้นพบนี้อยู่ในเขตป่าชายเลนคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อ 13 ปีก่อน โดยบังเอิญ ทำให้พบว่าตะกอนน้ำโคลนที่ถูกน้ำทะเลพัดมานั้นสะอาดมาก ไม่มีสารพิษ หรือยาฆ่าแมลงทั้งๆ ที่พื้นที่ใกล้เคียงมีการใช้สารเคมีค่อนข้างมาก แต่สิ่งที่ค้นพบกลับเป็นจุลินทรีย์ที่ผลิตกรดแลคติก ซึ่งมีคุณสมบัติในการย่อยสลาย จึงทำให้ป่าชายเลนบริเวณนั้นมีโอโซนมาก และเป็นที่ซึ่งระบบนิเวศสมบูรณ์ที่สุด นับจากการค้นพบนั้นจึงมีทำให้มีการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบของยาเพื่อรักษาโรคเรื่อยมา
“เทคนิคการผลิตจะนำจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ 5 ชนิดในกลุ่มนี้ เพาะเลี้ยงให้อยู่รวมกันแบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Symbiosis) โดยให้อาหารเลี้ยงเชื้อเป็นธัญพืช เช่น รำสกัด จมูกข้าวสาลี กากถั่วเหลืองและนมผง ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว หลังจากนั้น จึงนำไปทำแห้งโดยวิธี Freeze Dry เพื่อให้เชื้อหยุดการเจริญเติบโต อีกทั้งช่วยป้องกันสารอินทรีย์ต่างๆ ที่ผลิตขึ้นมา เช่น เอนไซม์ กรดอินทรีย์ ไวตามิน ไม่ให้ถูกทำลายหรือเสื่อมสภาพไป เหมือนการทำให้แห้งด้วยความร้อนสูงจึงทำให้ผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูง ทำงานได้อย่างรวดเร็ว”

ดร.วิสุทธิ์ ยังบอกอีกว่า เอนไซม์กลุ่มไบโอวิสท์นั้น หากนำมาใช้กับคนจะช่วยในการย่อยอาหาร และรักษาโรคอันเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย เช่น โรคเกาต์ เบาเหวาน พากินสัน หรืออัลไซเมอร์ เหตุที่มีคนเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้นก็เพราะอุปนิสัยการกินที่เกินความจำเป็น และไม่มีความสมดุลในแต่ละมื้อตามที่ร่างกายต้องการ ซึ่งโดยมากแล้วจะเน้นโปรตีนเป็นหลักแทนที่จะเป็นผักใบเขียว
“สาเหตุของการเสียชีวิตในปัจจุบันหากเทียบสัดส่วนแล้วจะพบว่า การเสียชีวิตจากเชื้อโรคนั้นไม่มากนัก แต่จะมีคนเสียชีวิตจากโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคเป็นส่วนใหญ่ เช่น เบาหวาน มะเร็ง อัลไซเมอร์ พากินสัน เป็นต้น และย้อนไปมองต้นเหตุของโรคพวกนี้มาจากอะไรก็จะพบอีกว่า ร่างกายของคนเราในปัจจุบันไม่สามารถที่จะเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปได้ไม่สมบูรณ์ จึงก่อให้เกิดการสะสม ทั้งน้ำตาล ไขมัน หรือทำให้เกิดกลิ่นตัว ซึ่งหลักการทำงานของเอนไซม์บำบัดนี้จะเข้าไปช่วยอาหาร และเติมเต็มเอนไซม์ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น โรคเบาหวานที่ปัจจุบันแพทย์จะรักษาโดยการฉีดอินซูลินให้ผู้ป่วย ซึ่งผมคิดว่ามันคือยาพิษ ซึ่งอินซูลินนี้จะขนน้ำตาลเข้าไปในเลือดเพื่อที่จะนำไปไว้ในเซลล์ แล้วร่างกายเราก็ต้องการน้ำเพื่อที่จะไปทำให้น้ำตาลในเลือดเจือจาง ส่งผลให้ตัวบวม และถ้าอินซูลินเข้าไปที่ไหนที่นั่นก็บวม เข้าไปในไตก็จะบวม ส่งผลให้ไตวายในที่สุด”


เมื่อกล่าวถึงเรื่องกลิ่นตัวแล้ว หากสังเกตจะพบว่าเด็กวัยแรกเกิดถึงก่อนเป็นหนุ่มเป็นสาวจะไม่มี กลิ่นตัว นั่นเพราะว่าในเด็กเล็กนั้นยังมีกระบวนการย่อยที่สมบูรณ์อยู่ และมีเอนไซม์สูงมากเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว ระบบการเผาผลาญจึงรวดเร็ว และไม่มีการสะสมของแป้ง น้ำตาล หรือไขมัน เว้นแต่เด็กที่รับประทานโปรตีนมากจนเกินไป ซึ่งนี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กกลุ่มนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่สุขภาพย่ำแย่ตามมา
ยกเครื่องเซลล์ด้วยเอนไซม์สำเร็จรูป


ดร.วิสุทธิ์ แนะวิธีแก้ปัญหาสุขภาพของผู้ใหญ่ด้วยเอนไซม์สำเร็จรูปที่ผลิตจากจุลินทรีย์กลุ่มไบโอวิสท์ที่มีทั้งผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Kis lip ที่อยู่ในรูปแบบลูกอม จะช่วยในการย่อยอาหาร รักษาโรคภูมิแพ้ ไซนัส ระบบทางเดินอาหาร Real one บำบัดอาการเบาหวาน เกาต์ SLE เรื้อนกวาง และสะเก็ดเงิน Falicia บำบัดโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค เช่น มะเร็ง อัลไซเมอร์ พากินสัน ความดัน และบำรุงกระแสประสาท โดยการทำงานของเอนไซม์อัดเม็ดนี้จะเริ่มตั้งแต่แตกตัวในปากเข้าไปบูรณาการเซลล์ให้กลับมามีชีวิตและทำงานได้สมบูรณ์อีกครั้ง

“การยกเครื่องเอนไซม์ให้กลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้งนั้น เหมือนกันกับการเติมน้ำให้ชีวิตที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อให้เรียบเสมอกัน แม้อายุจะมากแล้วก็สามารถปึ๋งปั๋งได้ โดยการทำงานของเอนไซม์จะมีทั้งช่วยย่อยอาหาร สมานแผลเร็ว ยกตัวอย่างเช่น ลูกอม kis lip ที่ช่วยระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เมื่ออมเข้าไปโดยประมาณ 30 นาที จะรู้สึกได้ว่าร่างกายเริ่มร้อน อาหารย่อย และกลิ่นปากหายไป เนื่องจากเอนไซม์ตัวนี้จะเข้าไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ไร้ประโยชน์ และเพิ่มเติมเอนไซม์ในการช่วยย่อย ดังนั้น ก็จะรู้สึกปลอดโปร่งบริเวณช่องปาก และรู้สึกหิวอาหารแต่ไม่มีอาหารท้องอืดหรือเฟ้อ ทั้งนี้ เพราะกระบวนการย่อยสมบูรณ์ นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นจะมีเห็ดชนิดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคเบาหวาน บำรุงกระแสประสาท และมะเร็ง มาผลิตเอนไซม์เช่นเดียวกัน นั่นคือ เห็ดชิทาเกะ หรือเห็ดหัวลิง” นอกจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแล้ว จุลินทรีย์ไบโอวิสท์ยังเข้ามามีบทบาทต่อการบำบัดสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.วิสุทธิ์ ได้ทดลองกับการกำจัดขยะในเขตกทม. ซึ่งช่วยเรื่องการกำจัดกลิ่นได้เป็นอย่างดี แล้วพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือน และเครื่องสำอาง เช่น สบู่กำจัดกลิ่น เป็นต้น

“ผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ได้รับการรับรองว่า มีค่าความเป็นพิษต่ำไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสัตว์เลี้ยง จากหลายหน่วยงาน อาทิ สถาบันวิจัยอาหารจากประเทศญี่ปุ่น,สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สถาบัน วว.) หน่วยบริการเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรมเกษตร, คณะอุตสาหกรรมเกษตร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์” ดร.วิสุทธิ์ กล่าวยืนยัน


การการันตีจากหลายสถาบันเป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของเอนไซม์ ว่า มีความสำคัญกับชีวิตคนเราก็จริง แต่ในชีวิตหนึ่งจะให้กินแต่อาหารเสริมก็กระไรอยู่ ดังนั้น วิธีเพิ่มเอนไซม์อย่างธรรมชาติที่ดีสุด ก็คือ การรับประทานอาหารที่ได้สมดุลและเป็นหมวดหมู่ โดยเฉพาะผัก ผลไม้สดอาหารที่เปี่ยมด้วยเอนไซม์ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารสด หรืออาหารดองที่ผ่านกรรมวิธีที่สะอาดโดยไม่ต้องผ่านการปรุง เช่น แหนมสด กิมจิ เป็นต้น ร่างกายก็จะได้รับกรดอะมิโนและเอนไซม์ช่วยย่อยดีไม่แพ้กัน


ฟาลิเซีย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีคุณประโยชน์และความปลอดภัยสูง

ความดันโลหิตสูง อัลไซม์เมอร์ มะเร็ง บรรเทาด้วยเอนไซม์เสริมอาหาร

ส่วนประกอบ :

*รำข้าวสกัด

*จมูกข้าวสาลี

*นมผงพร่องมันเนย โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง

*เอนไซม์จากขบวนการหมักหลายชนิด


- สถาบันวิจัยอาหารจากประเทศญี่ปุ่นรับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ แม้ใช้ในปริมาณ 21,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว

- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปากที่ระดับ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัวพบว่าหนูทุกตัวแสดงอาการปกติตรวจไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายในจากการชันสูตรซากหนูทุกตัวเมื่อสิ้นสุดการทดสอบ

- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผลวิเคราะห์พบว่า ไม่มีแบคทีเรียและราที่ก่อให้เกิดโรคใดๆ ต่อมนุษย์และสัตว์

- GLOBAL HEALTH SECURITY WORLD HEALTH ORGANIZATION GENEVA 2003 กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์มีความปลอดภัยสูงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ พืชและสัตว์ (BIO SAFETY LEVEL 1)


ประโยชน์ทางตรง

เสริมสุขภาพผู้ป่วย

อาการภูมิแพ้ขั้นหอบหืด

ปรับปรุงระบบร่างกายสำหรับผู้ที่เวลาเป็นแผลแล้วหายช้าเพื่อให้หายเร็วเป็นปกติ

ความดันโลหิตสูง

เหน็บชา อัมพฤกษ์ อัมพาต

พาร์กินสัน

ไมเกรน

ผู้เป็นโรคมะเร็ง

ท้องผูกเรื้อรัง

ตับอ่อนบวม

ไขข้ออักเสบ (Arthritis)

แก้ปัญหาภาวะน้ำตาลกลูโคสต่ำในเลือด

เม็ดโลหิตขาวมากกว่าปกติหลังกินอาหาร


โรคมะเร็ง: เซลล์มะเร็งไวต่อเอนไซม์โปรตีเอสมากกว่าเซลล์ปกติ เอนไซม์โปรตีเอสไม่ย่อยสิ่งมีชีวิตที่ปกติหรือที่มีความสมดุล (Homeostesis) เพราะธรรมชาติสร้างตัวห้าม (Inhibitor)ไว้ โปรตีเอสจะย่อยเปลือกหุ้มเซลล์มะเร็งซึ่งเป็นโปรตีน ถ้าทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้มแข็ง ก็เข้าถึงและกำจัดเซลล์มะเร็งได้ การที่เปลือกหุ้มเซลล์มะเร็งถูกทำลายจนเสื่อมคุณภาพ ทำให้เซลล์มะเร็งลดความสามารถที่จะกระจายออกไป (Metastasis) ไม่ลามไปเกาะติดกับอวัยวะอื่นๆที่ยังดีอยู่ เพราะผิวมะเร็งเสื่อมความสามารถ การกระจายของมะเร็ง อาจชะลอลงได้

รับประทาน 4 แคปซูล 4 เวลา ก่อนอาหารและก่อนนอน ติดต่อกันอย่างน้อย 60 วัน เพื่อลดจำนวนเซลส์มะเร็ง (เมื่อเริ่มรับประทานแล้ว ควรรับประทานต่อเนื่องจนกว่าเซลส์มะเร็งลดจำนวนลง สามารถรับประทานควบคู่ไปกับยาสั่งจากแพทย์)

ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดตีบ: ผู้ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ มักมีระดับเอนไซม์ไลเปสในเลือดต่ำกว่าปกติ (Low Enzyme Level) โดยเฉพาะโรคระบบหมุนเวียนเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดตีบตัน ฯลฯ เอนไซม์ไลเปสมีหน้าที่ย่อยไขมันภายในลำไส้ในฐานะเอนไซม์ย่อยอาหาร แล้วยังย่อยไขมันทั้งร่างกายในรูปของเมตาบอลิค เอนไซม์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระแสโลหิต จะไปย่อยไขมันที่เกาะตามผนัง

หลอดเลือด ไขมันที่ย่อยไม่สมบูรณ์จากลำไส้เล็กเพราะ ไลเปสบกพร่อง อาจถูกดูดซึมเข้ามาในกระแสโลหิต ซึ่งเป็นไขมันที่ด้อยคุณภาพก่อให้เกิดโรคได้เมื่อร่างกายนำเอาไปใช้

รับประทาน 4 แคปซูล 4 เวลา ก่อนอาหารและก่อนนอน ติดต่อกันอย่างน้อย 60 วัน แล้วจึงลดลง 3 แคปซูล 3 เวลา

อาการข้ออักเสบ: ถ้ามีโปรตีนต่ำในเลือด (Protein Deficiency) ร่างกายเกิดอาการขาดแคลเซี่ยมร่วมด้วย (Calcium Deficiency) เพราะแคลเซียมต้องอาศัยเกาะติดโปรตีนเมื่ออยู่ในเลือด เมื่อร่างกายขาดแคลเซียมจึงมีอาการข้ออักเสบ (Arthritis) ตามมาด้วยโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis), หมอนรองกระดูกเสื่อม (Degenerative Disc Problem) ฯลฯ การขาดโปรตีนในเลือดทำให้เกิดอาการบวมทั้งตัว (Edema) โปรตีนที่ย่อยไม่สมบูรณ์ มีกากอาหารไม่ย่อยไปสะสมบริเวณลำไส้ใหญ่ เป็นสาเหตุของการเกิดสารพิษ ลำไส้ใหญ่อักเสบ (Mucous Colitis) ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) และอาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) ผลการขาดโปรตีเอสที่กระทบโดยตรงคือ ระบบภูมิคุ้มกันต่ำ เกิดการอักเสบได้ง่าย เนื่องจากเชื้อจุลินทรีย์ทั้งหลายเป็นโปรตีนหรือบางชนิดก็มีโปรตีนเป็นตัวหุ้ม และโปรตีเอสสามารถย่อยเยื่อหุ้มที่เป็นโปรตีนให้แตกออก เพื่อให้ระบบภูมิต้านทานเข้าถึงตัวและทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้โดยง่าย

รับประทาน 4 แคปซูล 4 เวลา ก่อนอาหารและก่อนนอน ติดต่อกันอย่างน้อย 60 วัน แล้วจึงลดลง 3 แคปซูล 3 เวลา

ผลพลอยได้อื่นๆ : เอนไซม์เป็นหลักของระบบต้านทานโรค เพราะในร่างกายมีเอนไซม์ ต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น ซูเปอร์ออกไซด์ ดีสมิวเตส (Superoxide Dismutase), กลูตาธิโอน เปอร์ออกซิเดส (Glutathione Peroxi dase), คาทาเลส (Catalase) ฯลฯ ทำหน้าที่เสาะหาและทำลายอนุมูลอิสระ (Free Radical)

ฝี: เอนไซม์อไมเลสย่อย แป้ง ข้าว ให้เป็นสารประกอบเชิงเดี่ยว เช่น น้ำตาลกลูโคส (Glucose) และเอนไซม์ยังย่อยเม็ดโลหิตขาวที่ตาย (หนอง Pus) ให้หมดไป ถ้าร่างกายขาดอไมเลส จะเกิดเป็นฝี(Abscess) บ่อยๆ ผู้ป่วยที่ปวดฟันโอกาสเกิดเหงือกเป็นหนองง่ายมาก การที่กินของหวานจัดๆร่างกายต้องใช้อไมเลสมากจนผลิตไม่ทัน จึงทำให้เป็นฝีง่ายเพราะ อไมเลสมีไม่พอเพียงในร่างกายที่จะย่อยเม็ดเลือดขาวที่ตาย ซึ่งนอกจากหนองหรือฝีจะเป็นที่เหงือกบ่อย ซึ่งเป็นตัวทำลายให้เซลล์เสื่อม โดยไปโจมตีผนังเยื่อหุ้มเซลล์ และดีเอ็นเอ (DNA) ซึ่งอยู่ภายในเซลล์ให้ผิด เพี้ยนจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้

ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะเริ่มรับประทานอาหารเสริม เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการบรรเทาปัญหาสุขภาพ ผู้ที่รับประทานยาประจำที่แพทย์สั่ง ให้

รับประทานต่อไปไม่ต้องหยุด โดยรับประทานในช่วงเวลาที่ไม่รับยาแพทย์ หากยาที่แพทย์สั่งเป็นยาก่อนและหลังอาหาร สามารถรับประทานอาหารเสริม ก่อนหรือหลังยาที่รับประทานประจำ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือตอนท้องว่าง

สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ

ผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ สามารถ รับประทานเป็นอาหารเสริมได้ ครั้งละ 1 แคปซูล ก่อนอาหาร และก่อนนอน



เรียลวัน

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีคุณประโยชน์และความปลอดภัยสูง

เอ็นไซม์เสริมอาหาร สำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าต์ เบาหวาน คลอเลสเตอรอล

ส่วนประกอบ :

*รำข้าวสกัด

*จมูกข้าวสาลี

*นมผงพร่องมันเนย

*โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง

*เอนไซม์จากขบวนการหมักหลายชนิด


- สถาบันวิจัยอาหารจากประเทศญี่ปุ่นรับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ แม้ใช้ในปริมาณ 21,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว

- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปากที่ระดับ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัวพบว่าหนูทุกตัวแสดงอาการปกติตรวจไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายในจากการชันสูตรซากหนูทุกตัวเมื่อสิ้นสุดการทดสอบ

- สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ผลวิเคราะห์พบว่า ไม่มีแบคทีเรียและราที่ก่อให้เกิดโรคใดๆ ต่อมนุษย์และสัตว์

- GLOBAL HEALTH SECURITY WORLD HEALTH ORGANIZATION GENEVA 2003 กลุ่มเชื้อจุลินทรีย์มีความปลอดภัยสูงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ พืชและสัตว์ (BIO SAFETY LEVEL 1)


ประโยชน์ทางตรง

• ผู้มีกรดยูริกในเลือดสูง

• โรคเกาต์

• น้ำตาลในเลือดสูง. โรคเบาหวาน

• คลอเลสเตอรอล

• ไตรกลีเซอไรด์ ในเลือด

• โรค IBS ท้องเสาะ, ท้องเสีย

• บำรุงร่างกาย ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

• การสร้างเสริมภูมิต้านทาน

• เส้นเลือดขอด

• การทำงานของสมองไซเมอร์

• เพิ่มพูนพลังงานของร่างกาย

• ย่อยสลายไขมัน กำจัดเซลลูไล้

• โรคเลือดต่างๆ

ผลพลอยได้

- ช่วยให้นอนหลับได้สบาย ไม่เกิดอาการอึดอัดจากปัญหาการย่อยแอลกอฮอลและการย่อยอาหาร

- ไม่เกิดอาการเครียดจากการจำกัดอาหารอย่างเข้มงวดมากผิดปรกติ

- หลับสบาย, ถ่ายสะดวก

- เสริมสร้างความแข็งแรงของมดลูกและน้ำเชื้อทั้งชายและหญิง ช่วยให้ช่องคลอดกระชับและปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์


กรดยูริกในเลือด, โรคเกาต์

เอ็นไซม์จะช่วยย่อยสลายกรดยูริกให้เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจน และน้ำ แล้วจึงขับออกทางปัสสาวะ ช่วยให้ผู้ที่มีกรดยูริกสูง, โรคเกาต์ มีอาการดีขึ้น ลดอาการปวดหลัง ปวดเจ็บตามบริเวณข้อและกระดูก

รับประทาน 2-3 แคปซูล 3 เวลาก่อน เมื่ออาการดีขึ้น ลดอาการปวด ลดลงเหลือ 1 - 2 แคปซูล 3 เวลาก่อนอาหาร

น้ำตาล คลอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ในเลือด โรคเบาหวาน เอนไซม์สลายไกลโครเจน (Glycogen) จากตับเป็นน้ำตาลสู่กระแสเลือด ทำให้ไกลโครเจนในตับมีระดับต่ำลง จึงเกิดการสลายไขมันที่พอกบริเวณตับ ช่วยลดปัญหาโรค Fatty Liver จากนั้นสลายไขมัน (Brown Fat) บริเวณที่เกาะตามเส้นเลือด บริเวณคาง แก้ม ท้องแขน ทรวงอก น่องสะโพก และเอวตามลำดับ ออกมาใช้ให้เกิดพลังงานเอ็นไซม์ทำปฏิกิริยากับน้ำตาล เกิดการบายพาส (bypass insulin function) ดูดซึมเข้าไปเผาผลาญในเซลล์ ทำให้น้ำตาลในเลือดลดลง ซึ่งก่อเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ของร่างกายขึ้น

รับประทาน 3 แคปซูล 3 เวลาก่อนอาหารและก่อนนอน ติดต่อกัน 30 วัน เพื่อลดระดับน้ำตาล ควรรับประทานต่อเนื่องจนระดับน้ำตาลลดถึงระดับมาตรฐานขั้นต่ำ จึงลดลงเหลือ 1 - 2 แคปซูล 3 เวลาก่อนอาหาร พร้อมกันนี้ ควรควบคุมการรับประทานอาหารควบคู่ไป

ช่วยย่อยสลายไขมันที่ก่อตัวใหม่ในแต่ละวันให้หมดไป และดึงไขมันเก่าซึ่งสะสมตามส่วนต่าง ๆ ออกมาใช้เป็นพลังงานทำให้ปริมาณไขมันส่วนเกินลดลงไปอย่างต่อเนื่องร่างกายและกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ กระชับขึ้นทุกสัดส่วน เหมือนการออกกำลังกายควบคู่กับน้ำหนักตัวที่ค่อยๆลดลง ร่ายกายสดชื่น ผ่อนคลาย ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ไม่มีอาการซูบซีด หมองคล้ำ เหี่ยวย่น ไขมันทีสะสมประเภทเซลลูไล้ก็จะค่อยๆลดลงและผิวที่เป็นเหมือนผิวมะกรูดเริ่มเรียบขึ้น รับประทาน 1-2 แคปซูล 3 เวลาก่อนอาหาร ควรรับประทานต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ควรควบคุมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย


ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะเริ่มรับประทาน เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของสุขภาพ

ทำการตรวจวัดผลเลือดก่อนเริ่มรับประทาน

ตรวจซ้ำเมื่อรับประทานไปแล้วประมาณ 2-3 เดือน เพื่อเปรียบเทียบผลสุขภาพ

ผู้ที่รับประทานยาประจำที่แพทย์สั่ง ให้รับประทานต่อไปไม่ต้องหยุด โดยรับประทานอาหารเสริมในช่วงระหว่างเวลาที่ไม่รับยาแพทย์ หากยาที่แพทย์สั่งเป็นยาก่อนและหลังอาหาร สามารถรับประทานอาหารเสริม ก่อนหรือหลังยาที่รับประทานประจำ อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือตอนท้องว่าง

สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ

ผู้ที่ต้องการรักษาสุขภาพ สามารถ รับประทานเป็นอาหารเสริมได้ ครั้งละ 1 แคปซูล ก่อนอาหาร และก่อนนอน